อาคารทรงโดมศิลปะอินโด-อิหร่าน ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใจกลางของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา สถานที่แห่งนี้ คือ อนุสรณ์สถานของบุคคลสำคัญ ซึ่งเป็นชาวมุสลิม เชื้อสายเปอร์เซีย ที่มีบทบาททางการเมืองและการค้าในสมัยอยุธยา นามว่า เฉกอะหมัด เป็นขุนนางกรมท่าขวา ดำรงตำแหน่งเจ้าพระยาบวรราชนายก และจุฬาราชมนตรีคนแรกของไทย ที่มีเชื้อสายวงศ์สกุลสืบมาถึงปจจุบัน โดยบริเวณที่เป็นอนุสรณ์สถานนั้น เชื่อว่าเป็นกุโบร หรือหลุมฝังศพของท่าน ประวัติความเป็นมา เจ้าพระยาบวรราชนายก หรือ เฉกอะหมัด เดิมเป็นพ่อค้าชาวเมืองกุม จากเปอร์เซียร์ (อิหร่าน) ได้เข้ามาค้าขายในกรุงศรีอยุธยาในปลายแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ ณ ตำบล ท่ากายี ทำการค้าขายเครื่องหอม แพรพรรณ และนำสินค้าจากสยาม บรรทุกสำเภาไปค้าขายยังต่างแดนจนมีฐานะมั่งคั่ง
เมื่อราชสำนักในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เห็นความสามารถทางด้านการค้าทางทะเล จึงได้ให้เฉกอะหมัดเข้ามาช่วยราชการแผ่นดิน ปรับปรุงราชการกรมท่า โดยเฉพาะงานด้านการค้าขายกับพวกพ่อค้านานาประเทศ ทำให้กิจการการค้าระหว่างประเทศของกรุงศรีอยุธยา เจริญก้าวหน้าเป็นอันมาก สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศให้เป็น “พระยา เฉกอะหมัดรัตนราชเศรษฐี” เจากรมท่าขวาและจุฬาราชมนตรีนับเป็นจุฬาราชมนตรีคนแรกของชาวมุสลิมในประเทศไทย ได้รับพระราชทานที่ดินให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลท้ายคู ซึ่งต่อมาท่านเฉกอะหมัดได้สร้างศาสนสถาน เรียกวา กุฎีเจาเซ็น หรือ กุฎีทอง และยังจัดที่ดิน ส่วนหนึ่งเป็นสุสาน
ต่อมาเกิดเหตุการณ์พ่อค้าชาวญี่ปุนก่อการจลาจล ยกพวกเข้าโจมตีพระนคร มีแผนการจะจับกุมสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ซึ่งประทับอยู่ ณ พระที่นั่งจอมทอง วัดพระศรีสรรเพชญ ในพระราชวังหลวง ออกญามหาอำมาตย์ซึ่งเป็นเชื้อพระวงศในแผ่นดินก่อน ได้ร่วมกับพระยาเฉกอะหมัดฯ เกณฑ์ไพรพล ทั้ง ไทย จีน และแขก เข้าปราบจลาจลได้สำเร็จทันทวงที พวกญี่ปุนที่เหลือหลบหนี ออกนอกพระนครไป ภายหลังสถานการณ์สงบลง สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ เลื่อนยศ พระยาเฉกอะหมัดฯ ขึ้นเป็นเจ้าพระยาเฉกอะหมัดรัตนาธิบดี ที่สมุหนายกอัครมหาเสนาบดี ฝ่ายเหนือ ศักดินาหมื่นไร่ และให้เลื่อนออกญามหาอำมาตย์ขึ้นเป็นเจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ ที่สมุหพระกลาโหม อัครมหาเสนาบดีฝ่ายใต้ เจ้าพระยาเฉกอะหมัดรัตนาธิบดีรับราชการสืบมาอีกสองรัชกาลจนกระทั่งเจ้าพระยา กลาโหมสุริยวงศ์ ซึ่งได้เป็นอัครมหาเสนาบดีร่วมกันมาแต่แผ่นดินพระเจ้าทรงธรรม ได้ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระเจ้าอยู่หัวปราสาททอง (พ.ศ. 2173) จึงนับได้ว่าท่านเฉกอะหมัดได้พำนักในแผ่นดินสยามยาวนานถึงหกแผ่นดิน เจ้าพระยาเฉกอะหมัดรัตนาธิบดีดำรงตำแหน่งสมุหนายกจนอายุได้ 87 ปี พระเจ้าปราสาททองทรงพระราชดำริเห็นว่าท่านชราภาพลงมากแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้พ้นตำแหน่งสมุหนายก และเลื่อนขึ้นเป็นเจ้าพระยาบวรราชนายก จางวางกรมมหาดไทย อันเป็นตำแหน่งที่ปรึกษาการปกครองแผ่นดิน และในปีถัดมา เจ้าพระยาบวรราชนายก (เฉกอะหมัด) ถึงอสัญกรรม สิริอายุได้ 88 ป
ศาสนา ความเชื่อ อายุสมัยทางศิลปกรรม อนุสรณ์สถานเจ้าพระยาบวรราชนายก เป็นสถานที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงท่านเฉกอะหมัด ซึ่งเป็นผู้นำชาวมุสลิมในศาสนาอิสลาม นิกายชีอะห ส่วนตัวอาคารทรงโดมที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ได้รับบูรณะขึ้นใหม่ใน พ.ศ.2560 ตามรูปแบบศิลปะอิสลาม
ด้านหน้าอนุสรณ์สถานเจ้าพระยาบวรราชนายก เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญหลายประการคือ ประการที่ 1 เป็นอนุสรณสถานแห่งสัมพันธไมตรี ระหว่างไทย-อิหร่าน ประการที่ 2 อนุสรณ์สถานแห่งผู้นำศาสนาอิสลาม คือ จุฬาราชมนตรีคนแรก ที่มีการสืบทอดตำแหน่งนี้มาจนถึงปัจจุบัน ประการที่ 3 เป็นอนุสรณ์สถานแห่งต้นสกุลบุนนาค และอีกหลายสกุล ประการที่ 4 เป็นหลุมศพบรรพบุรุษชาวมุสลิมในอยุธยาในปัจจุบัน ที่มีชาวมุสลิมมา เยี่ยมหลุมศพบรรพบุรุษเป็นประจำทุกปโดยเรียกกันติดปากมาแต่ดั้งเดิมว่า “ท่านเจ้าประคุณ กลางเมือง”
หน้าหลุมฝังศพเจ้าพระยาบวรราชนายก ความเชื่อทางศาสนา เป็นสิ่งที่มีความละเอียดอ่อนมาก ผู้คนแต่ละศาสนา หรือแม้แต่คนในศาสนาเดียวกันแต่ต่างนิกาย จะมีวิธีปฏิบัติที่แตกต่างกันออกไป เช่น ชาวพุทธ สามารถสักการะด้วยการพนมมือไหว้ เพื่อเป็นการเคารพตามสมควร มุสลิมนิกายสุหนี่ นับถืออัลลอฮฺ พระองคเดียว มุสลิมนิกายชีอะหนับถืออัลลอฮฺและผู้นำทางจิตวิญญาณด้วย ดังนั้นเรื่องการสักการะของนักท่องเที่ยวชาวพุทธจึงไม่น่ากังวล แต่การสักการะของชาว มุสลิมนั้น ควรเป็นไปตามวิจารณญาณของแต่ละบุคคล